เครื่องมือ/ตัวช่วยสร้างวิดีโอคอนเท้นท์

รวมเครื่องมือ…สร้างวิดีโอคอนเท้นท์

“ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน…ไอเดียต้องมาก่อน นะ”

แนะนำเครื่องมือ/ตัวช่วยสร้างวิดีโอคอนเท้นท์ #แจ้งเกิดแบรนด์ #เพิ่มยอดขาย ตัดต่อวิดีโอยุคนี้..ง่ายและเร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะ พี่ตัดต่อวิดีโอตั้งแต่ปี 2544 (ไม่นับรวมไปถึงตัดต่อภาพยนตร์สมัยเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์…) ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน สิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน…ไอเดียต้องมาก่อน นะ

เครื่องมือตัวช่วยสร้างสรรค์งานวิดีโอคอนเท้นท์มีมากมาย ทั้งฟรี ทั้งเสียตังค์ พี่รวบรวมรายการเครื่องมือที่น้องๆน่าจะลองนำไปปรับใช้นะคะ ไล่ตั้งแต่แอพมือถือไปจนถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แอพมือถือ มีให้เล่นได้หลากหลาย หลายคนก็ใช้อยู่ มาทบทวนกันนะคะว่าตรงกับแอพที่น้องใช้กันอยู่รึเปล่า

1.Viva Video แอพนี้นอกจากเอาไว้ใช้บันทึกวิดีโอ ก็ช่วยตัดต่อแบบง่ายๆได้ด้วย

มันมีเวอร์ชั่นเสียตังค์ ซึ่งค่าไลเซนส์ก็ไม่ได้แพงมาก จะได้ลบลายน้ำโลโก้ของเขาออกไป ถ้างานแบบโชว์แบรนด์จริงจัง พี่จะไม่ใช้ Viva ตัดต่อนะ เพราะเอฟเฟต สติ๊กเกอร์ที่มี จะออกแนวแบ๊วๆไป แต่ถ้ารีวิวสนุกๆ ไม่ได้เนี๊ยบมาก ก็จะมาเติมเอฟเฟคใน Viva เชื่อไหม…หลายครั้งพี่ตัดต่อคลิปเสร็จโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วก็เอามาแปะเอฟเฟคบางตัวใน Viva เพราะชอบเอฟเฟคนั้นมาก ต้องมีให้ได้…ไม่งั้นคลิปไม่สนุก

2.Quik เมื่อปีที่แล้ว พี่จะใช้ Quik บ่อยมาก เพราะยังไม่ค่อยถูกใช้แพร่หลาย

ดังนั้น เวลาที่ทำคลิปใหม่โดย Quik ออกมาก็จะได้ฟีดแบคดี แต่ถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าแอพนี้จะถูกใช้แพร่หลาย พี่ก็ยังใช้บ้างนะ เพราะแอพ Quik ช่วยจัดจังหวะภาพกับเพลงได้สนุกสนาน ลดขั้นตอนการทำคลิปไปเยอะ คือแบบว่า…พี่ก็เอาไปจัดลำดับใน Quik ก่อน แล้วค่อยนำมาตัดต่อเติมแต่งเพิ่มโดยโปรแกรมอื่น ก็ไม่ทุกครั้งที่จะทำแบบนี้ แต่…เราต้องมีไอเดียก่อนว่าจะทำคลิปประมาณไหน แล้วก็เลือกเครื่องมือมาใช้ ไม่ใช่ทำไปคิดไปนะคะ

3. PicPlayPost แอพนี้พี่ชอบใช้เวลางานฉุกละหุก 5555

ประมาณว่ามีคลิป แต่อยากเติมแบรนดิ้ง ใส่ภาพเพิ่มโดยไม่ต้องเสียเวลาทำมาก เพราะแอพนี้สามารถแบ่งช่องในซีนได้ตามเทมเพลทที่มี งานก็โอเคขึ้นเยอะ คือการสร้างวิดีโอ มันต้องไอเดียนำนะ ดังนั้น ถ้าเรารู้ว่าเครื่องมือแต่ละตัวช่วยอะไรได้บ้าง แม้ในบางสถานการณ์ อาจจะอัดคลิปมาไม่ดีเท่าที่ควร แทนที่จะต้องโชว์หน้าเราเต็มๆ ก็แก้สถานการณ์ไปเลย นำภาพอื่นมาโชว์ไปด้วย ไม่ได้หลอกคนดูนะ แต่คนดูเขาไม่รู้หรอกว่าเราพลาด 5555 แอพนี้..ก็เสียตังค์นะ แต่พี่ว่า…คุ้ม

4.พี่ไม่ค่อยเล่น Kinemaster เมื่อก่อนเคยใช้ เพราะคิดว่าโหลดมาแล้ว ยอมจ่ายรายเดือน น่าจะใช้บ่อย

เอาจริงๆ จ่ายไป 3 เดือนยังไม่ใช้แอพนี้ตัดต่อวิดีโอ เลยเลิกจ่าย.. สาเหตุที่พี่ไม่ใช้ก็คงมาจากการใช้งาน มันกึ่งๆ ดีกว่าแอพอื่นในบางฟีเจอร์ แต่ทำได้ไม่เท่าโปรแกรมในคอม ดังนั้น ถ้าพี่ต้องตัดต่องานที่ฟีเจอร์ของ Kinemaster ทำได้ พี่ก็ไปใช้โปรแกรมในคอมดีกว่า เพราะทำได้เยอะกว่า…เยอะ

5.แอพนี้ควรมี DU Recorder แอพนี้เอาไว้บันทึกวิดีโอหน้าจอมือถือ

เช่น..อยากจะแนะนำการใช้แอพมือถือ แทนที่พี่จะมานั่งแคปหน้าจอทีละภาพ พี่ก็บันทึกไปเลย แล้วก็พากย์ประกอบไปด้วย จากนั้น..ก็ค่อยเอาไปปรับแต่งในคอมพิวเตอร์ ข้อเสียของแอพนี้คือ คลิปที่เกิดจากการบันทึกหน้าจอจะมีขนาดใหญ่ ส่งทางเมล์จะไม่ผ่าน ต้อง Google Drive ง่ายสุด 

5 แอพด้านบนที่ใช้ประจำ คราวนี้มาดูโปรแกรมคอมพิวเตอร์กันบ้าง เริ่มจากง่ายไปยาก

6. Windows Movie Maker เป็นโปรแกรมที่ใช้ง่ายมากๆ

ก็เหมาะเอาไว้ทำภาพต่อๆกัน ใส่เสียงเพลง ประมาณนี้ คือ…บางทีเราก็ต้องการคลิปแค่ประมาณนี้ ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาใช้โปรแกรมยากๆ สำหรับงานง่ายๆหรอกนะ

7.Power Points อ้าว…เฮ้ยยยย โปรแกรมนี้ทำคลิปได้ด้วยเหรอ

ได้สิ…อย่างที่บอก ของแบบนี้อยู่ที่ไอเดีย พี่ทำคลิปนึงออกไป มีหลายคนมาทักถามว่าใช้โปรแกรมอะไร น่าสนใจมาก พอรู้ว่าเป็น Power Point ขำกันทุกคนเลย 5555

8.AVS Video Editor โปรแกรมนี้ พี่นำมาใช้ทดแทน PremierePro และ After Effect

4-5 ที่แล้ว พี่อยากเปิดคอร์สสอนตัดต่อวิดีโอ แต่ถ้าสอนโดย PremierePro หรือ After Effect นักเรียนต้องจำเยอะมาก โชคดีที่เจอตัวนี้…โปรแกรมเล็กๆ ที่เมนูจำง่าย ไม่หนักเครื่อง มาลองใช้ตัดต่อคลิป ตอนแรก…ลองอยู่หลายโปรแกรม เห็นว่า AVS ก็พอใช้ได้เลย ที่สำคัญ งานเสร็จเร็วกว่าเยอะ

9.Filmora เป็นอีกโปรแกรมที่พี่นำมาใช้ตัดต่อวิดีโอ ทำไมใช้ AVS แล้ว ยังมาใช้ Filmora อีก

เพราะว่ามันมีความต่าง Filmora เหมาะสำหรับตัดต่อทำคลิปยาว มีไม่กี่แทรค แต่ถ้าต้องการงานที่มีแทรคภาพ เสียง คลิปซ้อนกันเยอะ พี่ก็ต้องใช้ AVS ถ้าให้พี่เลือกระหว่าง 2 โปรแกรมนี้ พี่ก็เลือก AVS เพราะมันช่วยพี่สร้างคลิปแนวอะนิเมชั่นได้ดีกว่า Filmora แต่ถ้าเวลาสอนสดในคลาส Filmora จะเหมาะกว่า เพราะนักเรียนจะใช้โปรแกรมได้เป็น…เร็ว 

10.Sony Vegas เป็นโปรแกรมที่พี่ยังไม่ได้ใช้จริงจังนะ ติดอยู่เรื่องเดียวที่ทำให้พี่ไม่ใช้โปรแกรมนี้คือราคา

เพราะเราเรียนรู้ใช้โปรแกรม ก็เพื่อเอาไปสอนต่อด้วย เท่ากับว่านักเรียนก็ต้องจ่ายค่าไลเซนส์ด้วย หากโปรแกรมแพง บางคนอาจจะมีข้อจำกัด หรือไม่ก็ยังไม่อยากจ่าย รอให้ทำวิดีโอเก่งๆก่อน ถึงค่อยอยากจ่ายแพงๆ ไม่เหมือนกัน AVS และ Filmora ที่ราคาไลเซนส์ ไม่แพงเกินไป แต่ Sony Vegas ก็เป็นโปรแกรมที่มีลูกเล่นแพรวพราว วันนึงคงต้องสอยมาใช้แบบจริงจัง

11.PowerDirector โปรแกรมนี้ ซื้อไว้แต่ใช้ช่วงแรกที่ซื้อเท่านั้น

เพราะว่า พอเรามาใช้เปรียบเทียบกับตัว AVS Filmora บางฟีเจอร์ Power Director อาจทำได้ดีกว่า แต่เมื่อผสมปนกับความคุ้นชินและออฟชั่นอื่นๆที่ AVS Filmora มี ก็เลยทำให้ Power Director เป็นเพียงเครื่องประดับคอมไปซะ

12.PremierePro ก่อนที่พี่จะใช้ AVS พี่ใช้ตัวนี้แหล่ะ ปัญหามันมาเกิดตอนที่พี่อัดคลิปโดยมือถือ และมาตัดต่อใน PremierePro

ไม่ว่าจะปรับตั้งค่าอย่างไร ก็มีปัญหาปากกับเสียงจะไม่ตรงกันในช่วงท้ายๆ เราคงรู้น้อยไป แก้ไม่เป็น แต่อัดคลิปเองเยอะมาก ก็เลยทำให้พี่ขวนขวายหาโปรแกรมอื่น จนมาเจอ AVS แต่ตอนนี้ก็ยังใช้ PremierePro บ้าง แต่น้อยมากๆ หรือใช้เวลาแก้ไฟล์คลิปวิดีโอที่เราซื้อจากเว็ปไซต์เมืองนอก 

13.AfterEffect ก็ใช้ไว้แก้เทมเพลไฟล์คลิปวิดีโอที่ซื้อจากเว็ปไซต์เมืองนอกอีกเช่นกัน

ทำไมต้องไปซื้อเทมเพลท ก็บางเทมเพลท มันเจ๋งจริง มัน corperate จ๋ามากๆๆ ก็อยากใช้เพื่อเติมแบรนดิ้งไง ไม่ต้องนั่งทำเองตั้งแต่ต้น เลือกๆชอบอันไหน แล้วซื้อมาแก้ มองอีกมุมก็เหมือนเวลาที่เราใช้แอพมือถือตัดต่อคลิป ชอบเทมเพลทไหน ก็เลือกอันนั้น เพียงแต่ว่า…หลายอย่างมันแก้ไม่ได้ เติมข้อความได้ แต่เปลี่ยนสีเทมเพลทไม่ได้ประมาณนั้น แต่เทมเพลมคลิปเมืองนอก เราแก้ไขปรับใหม่ได้ยันไส้ใน เพราะใช้ PremierePro และ AfterEffect เป็น แต่การทำงานจะนานมากๆๆๆ บางคลิป แก้เป็นวันๆๆเลย 5555

14.WavePad อันนี้เป็นโปรแกรมปรับแต่งเสียง สมควรมีไว้เพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียง

อาจสู้ Audition ไม่ได้ แต่ก็ทำให้เสียงที่บันทึกมาดูน่าฟัง น่าเชื่อถือขึ้นได้ ลองไปเช็คดูนะ

อันที่จริงมีอีก 3-4 ตัวช่วยนะ จะเยอะไปไหน…ใช่ไหม ให้คิดไว้ว่า ขายสินค้า…ลูกค้าตัดสินจากการดูสื่อ สื่อไม่น่าสนใจ ก็ไม่มีคนทักถามหรอก ดังนั้น ต้องทำสื่อให้น่าสนใจ การที่จะทำสื่อให้น่าสนใจ ไอเดียนำนะ ส่วนเครื่องมือช่วยสานต่อไอเดียให้เกิดขึ้นจริง อย่ากลับกันหล่ะ

สำหรับน้องๆที่ยังไม่เคยใช้แอพตัดต่อวิดีโอ ไปสมัครคอร์สฟรีของพี่ได้ มีวิดีโอสอนอยู่นะคะ ลงทะเบียนที่ http://www.wazinee.com/register/ ถึงใช้แอพเป็นแล้ว ก็ไปลงทะเบียนไว้ก่อนดีที่สุด เพราะเมื่อพี่เพิ่มคอร์สฟรี น้องก็จะรู้ก่อนใคร

“แต่ถ้าสนใจอยากเพิ่มทักษะตัดต่อวิดีโอให้ได้งานเจ๋ง พี่แนะนำโปรแกรม AVS และ Filmora เพราะค่าไลเซนส์ไม่แพง มีตัวฟรีให้ลองใช้ก่อน หัดทำหัดใช้โปรแกรมให้เก่ง น้องจะสร้างคลิปเจ๋งๆได้อีกเยอะ โดยไม่ต้องไปพึ่งโปรแกรมตัวใหญ่ เว้นแต่น้องอยากเทริน์โปรทางด้านวิดีโอ ด้านอะนิเมชั่น แบบนั้น สมควรเรียนโปรแกรมใหญ่แบบ PremierePro และ AfterEffect ไว้นะ”

พี่จัดคลาสสอนตัดต่อวิดีโอคอนเท้นท์ ถ้าคลาดสอนสด จะสอนโดยโปรแกรม Filmora แต่ถ้าใครไม่สะดวกเข้าคอร์สสอนสด ก็แนะนำคอร์สเรียนออนไลน์ แต่คอร์สออนไลน์จะสอนใช้ AVS นะคะ ข้อมูลเพิ่มเติม เช็คที่ http://www.wazinee.com/go60sec/ 

ขอบคุณมากที่ติดตามอ่านจนจบ ฝากแชร์ต่อให้เพื่อนๆด้วยนะคะ

แชร์บทความนี้