เพิ่มคุณภาพกลุ่มเป้าหมาย แก้ปัญหาแอดแพง

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email
Share on print

แต่ละคนชอบสร้างแคมเปญโฆษณาตามที่ตัวเอง…เคยพอใจกับผลลัพธ์ในอดีต แล้วถ้า…อดีตมันเริ่มใช้ไม่ได้ผลกับปัจจุบัน เราก็จะเริ่มหาทางเลือกใหม่ๆ

คำว่า “ต้นทุนแอดแพง” ฟังกันเกลื่อน จากแคมเปญเดียวรักษาทุกโรค ตอนนี้…ต้องยิงมัลติแคมเปญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เคยมี เพิ่มเติมคือต้นทุนสูงขึ้นด้วย บางที…ก็โทษออการิทึ่มไปนะ เลยเป็นที่มาของความพยายามที่จะศึกษาหาวิธีที่จะรู้ทันออการิทึ่มให้ได้ ใช่ทางที่ถูกหรือว่ามั่วไปก่อน

ทำไมยิงแอดแบบเดิมๆ ไม่ได้ผล เพราะกติกาเปลี่ยนอย่างนั้นหรือ หรือว่าที่จริงแล้ว…ไม่ใช่แค่กติกาที่เปลี่ยน เกมก็เปลี่ยนด้วยเช่นกัน

#คุณภาพกลุ่มเป้าหมาย มีผลต่อความสำเร็จของแคมเปญ กลุ่มเป้าหมายในการโปรโมทบนเฟสบุ๊คมี 3 แบบ บันทึกไว้ กำหนดเอง และคล้ายคลึง

กลุ่มเป้าหมายบันทึกไว้ คือกลุ่มเป้าหมายแรกที่สร้างเมื่อเริ่มยิงแอด เพื่อป้องกันการกระจัดกระจายหรือเหมารวม ใครก็ไม่รู้มาเห็นสื่อเรา จึงพยายามตัดคนที่ไม่ใช่ออกไป การระบุข้อมูลประชากร ความสนใจ พฤติกรรมจะช่วยกรองนั่นเอง บางคนในกลุ่มที่มีปฎิสัมพันธ์กับโฆษณา เช่น ไลค์ เม้นท์ แชร์ แสดงแนวโน้มว่า..น่าจะสนใจสินค้า

กลุ่มเป้าหมายกำหนดเอง (Custom Audience) เราต้องโฟกัสกลุ่มนี้มากๆ และสร้างกลุ่มนี้ให้มีคุณภาพ มีหลายวิธีในสร้างกลุ่มเป้าหมายนี้ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือเลือกจากคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาเรา เช่น ดูวิดีโอ คลิกแคนวาส ปฏิสัมพันธ์กับเพจ เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายนี้จะนำมาใข้สำหรับยิงแอดต่อเนื่อง เพื่อให้คนที่เคยเห็นแอดแล้ว ได้เห็นแอดเพิ่มขึ้น ซึ่งการสร้างโฆษณาแบบนี้ คือการทำ Retargeting นั่นเอง

กลุ่มเป้าหมายแบบคล้ายคลึง (Look Alike Audience) เป็นการต่อยอดโอกาสที่จะยิงแอดได้แม่นขึ้น ซึ่งการสร้างกลุ่มเป้าหมายที่ 3 สร้างไม่ยาก แต่กลุ่มนี้จะใช่คนที่เราต้องการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของกลุ่มเป้าหมาย Custom Audience ที่เฟสเก็บข้อมูลให้เรา เพราะกลุ่มเป้าหมายคล้ายคลึงจะสร้างจากการนำกลุ่มเป้าหมายแบบที่ 2 มาเป็นต้นแบบ เพื่อให้เฟสหากลุ่มคนที่มีโปรไฟล์ใกล้เคียงกับต้นแบบ โดยเราสันนิฐานว่า ถ้ามีโปรไฟล์คล้ายต้นแบบ ก็น่าจะตอบสนองกับแอดได้ง่าย

เราต้องถามตัวเอง เช็คแคมเปญโฆษณาก่อน ตอนนี้ ยิงแอดไปที่ใคร… ใช่ผู้ชมที่จะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพหรือเปล่า

ความสำเร็จของการยิงแอดประกอบด้วย 3 ส่วน 1.สื่อโฆษณา ต้องเตรียมให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย 2.การเลือกรูปแบบแคมเปญ ต้องรู้ความคาดหวังของเรา และ 3.การเลือกกลุ่มเป้าหมายให้แม่น ต้องสร้าง Custom Audience ที่มีคุณภาพให้ได้

พี่ถนัดแบบนี้…พาคนไปเว็ปไซต์ เพราะถ้าผู้ชมคลิกไปเว็ปไซต์ ย่อมแสดงถึงความสนใจในสินค้าเรา หรืออย่างน้อย…ก็อยากรู้จักเรามากขึ้น สำหรับพี่…คนที่ไปเว็ปไซต์กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายกำหนดเอง (Custom Audience) นำกลุ่มนี้มา (1)ยิงแอดแบบเจาะจง และ (2)สร้างกลุ่มเป้าหมายคล้ายคลึงกัน (LookAlike)

ผลลัพธ์จากที่ทำแบบนี้คือ..พี่ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพ…เพื่อ…นำมายิงแอดต่อ ความจริงแล้ว..มันก็ไม่ได้เอื้อแค่แอดฝั่งเฟสบุ๊คหรอกนะ มันช่วยเพิ่มโอกาสให้แอดบนกูเกิ้ลเวิร์คมากขึ้นด้วย ถ้าเราส่งคนไปเว็ปไซต์

ไม่มีใครเสกผลลัพธ์ให้เราได้หรอก ต้องวางเกมเอง เทสต์เอง ปรับแก้เองโดยอาศัยเครื่องมือโฆษณาช่วยให้เราค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพให้ได้ แต่ถึงแม้ว่า…เจอกลุ่มนั้นแล้วก็ตาม…หากว่าสื่อไม่เวิร์ค ทู่ซี้ยิงแอดซ้ำก็เสียเงินเปล่า

สรุป เช็คซะ…ตอนนี้เรายิงแอดเพื่อสร้างกลุ่มเป้าหมายคุณภาพเป็น…แล้วหรือยัง แต่ละธุรกิจมีความเฉพาะ การยิงแอดให้เวิร์คก็ต่างกัน ยิ่งถ้ามีเรื่องเงินเป็นข้อจำกัด จะสุ่มสี่สุ่มห้าใส่งบแบบคนอื่น…อันตรายนะ

จากตัวอย่างแคมเปญในรูป พี่ใช้วัตถุประสงค์จำนวนผู้เข้าชม เป็นความพยายามพาคนไปเว็ป ทำไมอยากได้คนไปเว็ป คำตอบอยู่ช่วงต้นๆของบทความนะ

พี่เทสต์แคมเปญโดยใช้วิดีโอ 3 ตัว เริ่มจากปล่อยแค่ 1 เทียบกับภาพสื่ออีก 3 อัน (ลบทิ้งภายหลัง) จากนั้นก็เพิ่มวิดีโออีก 2 ตัว ต้นทุนพาคนไปเว็ปต่างกันค่อนข้างพอสมควรระหว่าง 3 วิดีโอ ซึ่งพี่ใช้ CBO มาช่วยในการใช้งบโฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ส่วนกลุ่มเป้าหมาย พี่เลือกกลุ่ม LookAlike ของกลุ่มคนที่เคยดูคลิปตัวนึง

งบประมาณ 200 บาทเท่านั้น ขอเทสต์ดูผลลัพธ์อีกสักวัน แล้วค่อยสเกลแคมเปญ

ฝั่งกูเกิ้ลก็มีแคมเปญดิสเพลย์ที่รันควบคู่ เพราะผู้ชมไม่ได้อยู่บนแพลทฟอร์มเดียว เราก็อย่าจำกัดโอกาสถูกพบเห็นนะ เครื่องมือโฆษณาช่วยให้เราเข้าถึงผู้ชมได้หลากหลายสถานการณ์ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ปรับปรุงแคมเปญ แต่…ทุกแคมเปญต้องมีสื่อที่ดี..เพื่อให้ผู้ชมเกิดแอคชั่นอย่างที่เราต้องการ

จำไว้..เราสร้างโอกาสให้ผู้ชมเห็นเรา รู้จักเรา แต่…เราไม่สามารถบังคับให้เขาชอบ หรือทำในสิ่งที่เราหวัง หากเขา…ไม่ชอบสื่อเรา

เวลาที่แคมเปญไม่เวิร์ค อย่าแค่อ้าง..เลือกกลุ่มเป้าหมายผิด หรืออ้างยังไม่ได้ทำ โน่น นี่ นั่น เช็คอีกด้านนึงของเหรียญ…คอนเท้นท์เรา…จะดีกว่าเดิม..ได้อย่างไร

ยุคนี้…เรารันคอนเท้นท์บนดิจิตัลแพลทฟอร์ม จากที่เคยรู้เรื่อง Content Marketing ตอนนี้ไม่พอแล้ว ต้องพร้อมที่จะปรับตัวปรับคอนเท้นท์บนดิจิตัลแพลทฟอร์ม ซึ่งมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของแคมเปญโฆษณา นี่จึงเป็นที่มาของ Content Transformation

เราอาจเป็นผู้กำหนดทิศทางคอนเท้นท์ของแบรนด์ แต่ถ้าลูกค้าไม่เลือกที่จะดูคอนเท้นท์เรา ไม่มีแอคชั่นอย่างที่เราต้องการ หรือเราเข้าไม่ถึง ทางแก้ที่ดีที่สุด…ก็ต้องปรับแก้ไขเพื่อให้ถูกเลือกให้ได้

เรียนรู้เรื่อง Content Transformation และการนำไปใช้ได้จากคอร์ส Content Transformation 2019 เปลี่ยนคอนเท้นท์เป็น “คำสั่งซื้อ” ซึ่งเป็นคอร์สที่โฟกัสการออกแบบและฝึกทำคอนเท้นท์เพื่อใช้บนดิจิตัลแพลทฟอร์ม เพิ่มโอกาสปิดการขายมากขึ้น #ที่นั่งมีจำนวนจำกัด

คลิกอ่านรายละเอียดคอร์สนี้

เอ็มโหน่ง #โค้ชสร้างแบรนด์ #แอดมินเงินล้าน

สมัครรับบทความ

ชมบทความเพิ่ม

Scroll to Top